หลักการคิดแบบ 60/40
ผู้ซื้อจ่าย 60% : รัฐช่วยจ่าย 40%
แต่รัฐจะช่วยสูงสุดไม่เกินที่กำหนดต่อคนต่อวัน
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติรัฐช่วยสูงสุด 150 บาท/วัน
| รายการ | ยอดซื้อ | รัฐช่วย 40% | คุณจ่าย 60% | รัฐจ่ายจริง |
| เคส 1 | 200 บาท | 80 บาท | 120 บาท | 80 บาท |
| เคส 2 | 375 บาท | 150 บาท | 225 บาท | 150 บาท |
| เคส 3 | 500 บาท | 200 บาท | 300 บาท | 150 บาท |
สรุป: ถ้าซื้อยอด 375 บาทขึ้นไป รัฐช่วยเต็มแม็กซ์ 150 บาท คุณจ่ายแค่ 225 บาท
ถ้าซื้อต่ำกว่า 375 บาท รัฐช่วย 40% ตามจริง
กฎ กติกา ที่ต้องรู้
1. ฝั่งประชาชน
- คุณสมบัติ: สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป มีบัตรประชาชน
- การลงทะเบียน: ผ่านแอปฯ ที่รัฐกำหนด เช่น เป๋าตัง
- วงเงิน: รัฐช่วย 40% สูงสุด 150 บาท/คน/วัน วงเงินรวมตลอดโครงการ เช่น ไม่เกิน 3,000 บาท/คน
- วิธีใช้: สแกนจ่ายที่ร้านค้าถุงเงินที่ร่วมโครงการ เงินส่วนของรัฐจะถูกตัดอัตโนมัติ ส่วนที่เหลือ 60% ตัดจาก G-Wallet ของเรา
- ข้อห้าม: ห้ามแลกเป็นเงินสด ห้ามซื้อเหล้า บุหรี่ สลากกินแบ่ง ทองคำ
2. ฝั่งร้านค้า
- คุณสมบัติ: ร้านค้าหาบเร่ แผงลอย ร้านอาหาร ร้านธงฟ้า OTOP ไม่ใช่นิติบุคคลรายใหญ่
- การสมัคร: ลงทะเบียนผ่านแอปฯ ถุงเงิน ธนาคารกรุงไทย
- การรับเงิน: เงินส่วนที่รัฐช่วย 40% รัฐโอนเข้าบัญชีร้านในวันถัดไป ส่วน 60% เข้าทันที
- ข้อห้าม: ห้ามขึ้นราคาสินค้า ห้ามรับสแกนแลกเงินสด ห้ามทอนเงินสด หากฝ่าฝืนถูกตัดสิทธิ์และดำเนินคดี
คิดแบบไหนถึงคุ้มสุด
- ใช้ให้เต็มสิทธิต่อวัน: พยายามรวมยอดซื้อให้ถึง 375 บาท จะได้ส่วนลดจากรัฐเต็ม 150 บาท เท่ากับลดไป 40%
- วางแผนซื้อของจำเป็น: ของกินของใช้ ร้านข้าวแกง ร้านชำ ในชีวิตประจำวัน เอาให้ครบวงเงินรวมของโครงการ
- กระจายร้าน: ช่วยกันอุดหนุนร้านเล็กๆ หลายๆ ร้าน เงินจะได้หมุนหลายต่อ
เป้าหมายโครงการ: ให้เงินหมุนเร็ว ร้านค้ามียอดขายทันที ประชาชนได้ลดค่าครองชีพ วิน-วินทั้งคนซื้อคนขาย เงินหมุนในชุมชน ไม่รั่วไหล
หมายเหตุ: ตัวเลข 150 บาท/วัน และวงเงินรวม 3,000 บาท เป็นตัวอย่างจากโครงการ "คนละครึ่ง" ที่ใช้สูตร 50/50 หรือ 60/40 ในบางเฟส เงื่อนไขจริงของแต่ละรอบอาจเปลี่ยน ให้ยึดประกาศจากกระทรวงการคลังเป็นหลักนะครับ